2008/Oct/13

หลังจากที่ไร้สาระมาหลาย Entry ( หรือทุก Entry? ) วันนี้ขอมาแบบมีสาระนิดนึงนะครับ

วันนี้ผมจะขอนำเสนอเกี่ยวกับเรทติ้งในระดับต่างๆของเกมให้หลายๆท่าน ได้รับรู้กันนะครับ

ว่ามันมีความสำคัญแค่ไหน

 

อาจจะจริงอยู่ตรงที่ว่าเด็กส่วนใหญ่มักจะชอบเล่นเกม แต่คุณรู้อะไรมั้ยว่า หากคุณทำการปลูกฝัง

ให้ลูกหรือเด็กเริ่มเล่นเกมตั้งแต่อายุ 3-4 ปีนั้นจะส่งผลกระทบอะไรต่อเด็กบ้าง?

 

"แค่เด็กเล่นเกม 2 ชั่วโมงต่อวันจะคิดเป็น 700 ชั่วโมงต่อปี หรือ 1 เดือนครึ่งต่อปี

(คิดชั่วโมงตื่นนอน 16 ชั่วโมงต่อวัน) หรือในระยะเวลา 8 ปี เด็กจะเสียเวลา 1 ปี

เต็มในการนั่งเล่นเกมอย่างเดียวทั้งวัน !"

 

นั้นแสดงให้เห็นว่าเด็กจะเสียเวลาไปค่อยข้างมากพอสมควรกับการเล่นเกม

แต่นั่นยังไม่ใช่ประเด็นครับ เพราะสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ความรุนแรงของเกมที่เล่น

ในปัจจุบันตลาดเกมค่อนข้างขยายตัวอย่างรวดเร็ว บริษัทหลายๆบริษัทต่างพากัน

เอาเกมที่พัฒนาวางขายกันมากมาย ซึ่งก็คงเป็นที่ชื่นชอบของนักเล่นเกมหลายๆคน

ที่มีเกมมาให้เล่นอย่างจุใจ แต่ถึงอย่างไรก็ตามความรุนแรงของเกมก็นับเป็นสิ่งสำคัญ

ที่พ่และแม่เด็กควรให้ความสำคัญในจุดนี้

 

ยกตัวอย่างเช่นข่าวนี้นะครับ

เหยื่อเกมรายนี้คือเด็กชายวัย 9 ปี ที่เริ่มจากการผลัดกับเพื่อนวัยเดียวกันเล่น

"เกมเคาน์เตอนร์สไตรค์" เป็นเกมคอมพิวเตอร์ประเภทไล่ล่าฆ่ายิงกันเลือดสาด

วันนั้นหนูสองคนนี้เกิดอารมณ์สุดขีดขึ้นมาอย่างไรไม่ทราบได้ เจ้าคนแรกจู่ๆ

 ก็ผละจากเกมแล้วคว้าปืนยาว (ของเล่น) ขึ้นมาเล็งไปยังเพื่อนที่กำลังเล่นเกม

ปรากฏว่าเจ้าหนูอีกคนก็ไม่ยอมเสียฟอร์ม ลุกขึ้นแล้ววิ่งปรู๊ดเข้าไปในห้องนอนพ่อ

แว๊บเดียวก็กลับเข้ามาพร้อมปืนพก (ของจริง!) ทันใดนั้นก็จ่อปืนเข้าที่ศรีษะเพื่อน

และแล้ว…เขาก็กดเปรี้ยงเข้าไป 1 นัดในระยะเผาขน!

 

จากที่ได้อ่านไปนั้นแสดงถึงพฤติกรรมเลียนแบบของเด็กและด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

จึงทำให้เกิดเหตุการณ์น่าสลดเช่นนี้ขึ้น

 

ในประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นจะให้ความสำคัญและเข้มงวดกับการจัดระดับความรุนแรงของเกมอย่างมาก

- ในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดามีการจัดเรทติ้งไว้ 2 ระบบคือ Entertainment

Software Rating Board (ESRB) สำหรับวิดีโอเกม และ Recreational Software Advisory

Council (RSAC) สำหรับคอมพิวเตอร์เกม

 

ระบบ ESRB แบ่งเรทติ้งเกมตามกลุ่มอายุเพื่อความเหมาะสมในการเล่นดังนี้

 

 

สำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป ไม่มีเนื้อหาใดไม่เหมาะสม ส่วนเกมจำพวกนี้จะเป็นพวกการ์ตูน

ที่มีตัวละครน่ารักและสีสันสดใส จึงไม่มีพิษอะไรที่น่ากังวลครับ

 

สำหรับเด็กอายุ 6 ปีขึ้นไป เกมในระดับนี้อาจจะมีเนื้อหาความรุนแรงขึ้นมาเล็กน้อย และบางเกม

ก็อาจมีคำพูดที่ไม่เหมาะสมกับเด็กเล็กครับ แต่โดยรวมยังถือว่าอยู่ในระดับที่เด็กเล็กยังพอเล่นได้

 

สำหรับวัยรุ่น 13 ปีขึ้นไป (T = Teen) มีเนื้อหาความรุนแรงหรือการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมกับวัยเรียน

โดยเกมจำพวกนี้อาจจะมีการชกต่อยหรือทะเลาะวิวาทขึ้น แต่ไม่ถึงขั้นมีบาดแผลหรือเห็นเลือดนะครับ

 

สำหรับวัยรุ่นจนถึงผู้ใหญ่ (M = Mature) อาจมีเนื้อหาความรุนแรง เช่น มีเลือดคล้ายของจริง

การใช้ภาษาไม่เหมาะสมกับเด็ก ภาพส่อทางเพศ อาจมีการเห็นตับไตไส้พุงกันบ้างนะครับ

 

สำหรับวัยผู้ใหญ่ (A = Adults) มีเนื้อหาความรุนแรง ใช้ภาษาไม่เหมาะสมกับเด็ก

ภาพส่อทางเพศหรือมีภาพการมีเพศสัมพันธ์ ห้ามขายหรือเช่าให้กับเด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี

 

สัญลักษณ์พวกนี้สามารถมองเห็นที่หน้ากล่องเกมนะครับ

 

- ระบบ RSAC จะเพ่งเล็กที่ความเสี่ยง 3 ประการ คือ ความรุนแรง ภาษา และการส่อทางเพศ

 

ความรุนแรง แบ่งเป็นระดับต่ำและระดับสูง เช่น

ระดับ 1 ทำลายข้าวของ

ระดับ 2 ต่อสู้ ทำร้ายร่างกาย ฆ่ากันตายและมีเลือดน้อย

ระดับ 3 ต่อสู่ ทำร้ายร่างกาย ฆ่ากันตายและมีเลือดมาก

ระดับ 4 ทำร้ายร่างกายแบบรุนแรง ข่มขืน เป็นต้น

 

- ในยุโรปใช้ระบบเรทติ้งตามอายุ European Game Information (PEGI) ซึ่งใช้กันมาตั้งแต่

2003 ระบบนี้ได้รับการสนับสนุนโดย PlayStation, Xbox และ Nintendo โดยแบ่งกลุ่ม

อายุเด็กเป็น 3+ 7+ 12+ 16 18+

 

 

โดยระบบนี้จะมีการบอกความเสี่ยงอยู่ทั้งหมด 6 ด้านนะครับ

 

 

มีการใช้ภาษาที่หยาบคายและไม่ไพเราะ

 

เป็นเกมที่มีการแบกแยกชนชั้น

 

เป็นเกมที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับยาเสพติด

 

 

เป็นเกมที่มีฉากน่ากลัวและสยดสยอง ( ทำไมไม่ใช้เป็นรูปหัวกะโหลกหว่า - -* )

 

 

เป็นเกมที่มีการแสดงออกทางเพศ

 

ซึ่งสัญลักษณ์ก็สามารถพบเห็นได้ตามกล่องเกมครับ

 

- ในระบบพ่อแม่ดูแลกันเอง ใช้ระบบ KID'S SCORE ที่พ่อแม่จะเข้าไปใน http : //

www.mediafamily.org/kidcore/index.shtml และให้คะแนนเพื่อจัดกลุ่มเกมตามอายุ

และความรุนแรงแบบต่างๆ ดังนี้

 

1.ระบบนี้จะใช้สีเป็นเกณฑ์ครับ โดยจะมีทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเขียว = ปลอดภัย , สีเหลือง = อาจมีอันตราย

, สีแดง = หยุด อันตราย

 

2.แบ่งเด็กออกเป็น 3 กลุ่มอายุ คือ 3-7 ปี 8-12 ปี และ 13-17 ปี และจะถูกพิจารณาว่าเกมนั้น

จะเหมาะสมกับเด็กลุ่มอายุใดบ้าง โดยจะใช้สี 3 สีเป็นตัวบอก

 

3.พิจารณาความรุนแรงที่เหมาะกับเด็ก 6 ด้าน คือ

1) พฤติกรรมความรุนแรงในการทำร้ายร่างกายไม่ว่าจะเป็นการชกต่อย ฟัน ยิง

2) ความกลัวที่จะเกิดกับเด็กในการเล่น

3) การกระทำผิดกฎหมายทั้งหลาย เช่น การขโมยของ การทำลายข้าวของ

4) ใช้ภาษาหยาบคายหรือภาษาแสลง

5) การแต่งตัวยั่วยวน แต่งตัวโป๊

6) การแสดงออกทางเพศที่ไม่เหมาะสมโดยในแต่ละด้าน จะใช้สี 3 สี

ตามข้อหนึ่งเป็นตัวบ่งบอกความรุนแรงในแต่ละด้าน

 

ตัวอย่างเกมที่ถูกจัดเรทติ้งโดยระบบนี้

 

ถึงอย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองก็ควรดูแลบุตรหลานของท่านให้ดีๆ และหมั่นดูว่าเกมที่เขาเล่นมีความรุน

แรงมากน้อยเท่าไร และอย่าใช้คำพูดรุนแรงกับบุตรหลานที่ติดเกม ผู้ปกครองต้องอบรมสั่งสอนให้

เด็กรู้จักแยกแยะระหว่างสิ่งดีกับสิ่งที่ไม่ดีภายในเกม และควรให้ความอบอุ่นเขาอยู่บ่อยๆ

เพื่อที่ว่าจะไม่เกิดพฤติกรรมเลียนแบบจากเกมขึ้นอีกในภายหลังครับ

 

Thank Credit : ห้องสมุด E - LIB ด้วยครับ

Comment

Comment:

Tweet


โอ้ว นี่คือสาระในความบันเทิงแหะ

ว่าแต่เกมที่ป๋มเล่นอยู่ ควรจะอยู่ในหมวดไหนนะ big smile
#4 by เรจคุง (192.165.213.18) At 2008-10-14 19:50,
ที่แท้มันเป็นแบบนี้นี่เอง
จริงๆ ก็สงสัยมาตั้งนานแล้วว่ามันมีเขยีนติดไว้ทำไม sad smile

ที่เป็นแมงมุม เพราะสำหรับฝรั่งสิ่งที่อัันตรายที่สุดในบ้านคือแมงมุม
(แมงมุมของบ้านเค้าจะตัวใหญ่ๆ และมีพิษร้ายแรง)
Hot! Hot!
#3 by - At 2008-10-14 16:05,
ที่ใช้แมลงแทนกะโหลกเพราะมันให้ความรู้สึกในแง่ของขยะแขยงสยองได้มากกว่าล่ะมั้ง ถ้าเป็นรูปกะโหลกเรานึกถึงความรุนแรงอันตรายมากกว่าน่ากลัวสยองขวัญนะ embarrassed
#2 by Blood Lust Vampyre (::[o]::) At 2008-10-13 17:53,
Hot! Hot! เป็นแบบนี้นี่เองbig smile big smile แมงมุม น่าเป็นหัวกะโหลกจริงด้วยค่ะ
#1 by (^_^)/nana At 2008-10-13 16:39,

kanoktuch2
View full profile